จริงๆ จะพาผู้ใหญ่ไปเสม็ด ไม่ยากอย่างที่คิดเลยนะ แต่เคล็ดลับเดียวเลยคือ อย่าไปคิดแทนท่าน แล้วก็อย่าแน่นแพลน แค่นั้นเลย

ก่อนจะจองอะไร ลองหย่อนคำถามเลียบๆ เคียงๆ ถามดูก่อนว่า ช่วงนี้ปวดเข่าไหม เดินได้สักกี่นาทีไหว อากาศร้อนๆ แล้วเวียนหัวง่ายหรือเปล่า เพราะคำว่าผู้สูงอายุของแต่ละบ้านไม่เหมือนกันจริงๆ บางบ้านแข็งแรงปึ๋งปัง แต่บางบ้านแค่นั่งรถย้ายหาดบ่อยๆ ก็เหนื่อยจนหมดสนุกแล้ว ให้อาอี้ อาม่า หรือคุณพ่อคุณแม่ช่วยเลือกของกิน ช่วยเลือกหาดด้วยกันเลย ท่านจะได้รู้สึกอิน แล้วก็ไม่ได้รู้สึกว่าตัวเองเป็นภาระของลูกหลานด้วย

เรื่องที่พักนี่สำคัญสุด… อย่าไปเชื่อรูปในเว็บมาก! บางทีรูปสวยตรงปกจริง แต่วิวนั้นคือต้องเดินขึ้นบันไดคอนกรีตชันๆ 50 ขั้นนะ (ยิ้ม) เวลาโทรไปถามที่พัก อย่าถามแค่ง่ายๆ ว่า “สะดวกไหม” เพราะคำว่าสะดวกของพนักงานกับผู้ใหญ่ไม่เท่ากันแน่นอน ให้ถามเจาะจงไปเลยว่า จากจุดลงรถถึงห้องมีบันไดกี่ขั้น? ห้องน้ำมีสเต็ปต่างระดับไหม? รถวิ่งไปจอดส่งหน้าอาคารได้เลยหรือเปล่า? ถ้าเป็นไปได้ ขอห้องชั้นล่างสุดไว้ก่อน แล้วเลือกที่เดินบนทางปูนเรียบๆ ได้ จะดีกว่าห้องติดชายหาดที่ต้องลุยทรายทุกครั้ง เพราะเดินบนทรายมันกินแรงเข่ามากๆ

ส่วนเรื่องสัมภาระกับวันเดินทาง บอกเลยว่ากระเป๋าล้อลากใบใหญ่ๆ น่ะ เก็บไว้ให้พวกวัยรุ่นยกเถอะครับ แยกกระเป๋าถือใบเล็กให้ท่านถือเองใบเดียวพอ ข้างในใส่แค่ ยาประจำตัว เอกสาร น้ำดื่ม แล้วก็เสื้อผ้าสำรองสักชุด เผื่อเรือยังไม่ออกจะได้ไม่ต้องไปเปิดรื้อกระเป๋าใหญ่กลางแดด เวลาขึ้นลงเรือก็ไม่ต้องรีบ ไปถึงท่าเรือก่อนเวลาสักนิด ค่อยๆ พยุงท่านก้าวทีละขั้น หรือบอกพี่ๆ พนักงานล่วงหน้าได้เลย เขายินดีช่วยพยุงเต็มที่อยู่แล้ว

ไปถึงเกาะแล้ว ปล่อยใจชิลๆ ได้เลย ไม่ต้องไปตั้งเป้าว่าจะต้องไปเช็กอินให้ครบทุกหาด แพลนที่ดีที่สุดคือ “เช้าเดินเล่น – เที่ยงนอนพักแอร์เย็นๆ – เย็นออกมานั่งชมพระอาทิตย์ตก” หาของอร่อยๆ ทาน จิบน้ํานิ่งๆ บ่อยๆ เพราะแดดทะเลมันทำให้เพลียแดดง่ายมาก ยาประจำตัวก็ให้ทานตามเวลาเดิม อย่าไปปรับเวลาตามตารางเที่ยวเด็ดขาด

สำคัญที่สุดคือ ระหว่างเที่ยวถ้าเห็นท่านเริ่มหน้ามืด หายใจไม่ทัน หรือเจ็บหน้าอก ให้รีบพานั่งพักในที่ร่มทันทีนะ ไม่ต้องเสียดายแพลน ไม่ต้องเสียดายเงิน ทริปผู้สูงอายุที่ประสบความสำเร็จ ไม่ใช่ทริปที่ได้รูปเยอะที่สุด แต่คือทริปที่ทุกคนได้นั่งคุยกัน ได้พักผ่อนจริงๆ แล้วกลับบ้านมาแบบปลอดภัยและไม่เหนื่อยล้าครับ