วันที่ 19 พ.ย.2560 เวลา 5:21:30 PM
 

10 ที่เที่ยวเมืองไทย ปี 2015 ควรค่าแก่การไปเยือน

โดย Alexzy    วันที่ 1/26/2015  
 เจ้าพระยาปริ๊นเซส  เกาะกูด ที่พักกาญจนบุรีรีสอร์ท


ผ่านพ้นปี 2014 ไปหมาดๆ กระแสการท่องเที่ยวเมืองไทย ก็ยังคงคึกคักเช่นเคย มีสถานที่ท่องเที่ยวมากมาย ที่สวยงาม และยังคงติดตราตรึงใจแก่นักท่องเที่ยวอยู่ ข้ามมาปีนี้ คาดว่าการท่องเที่ยวไทย ก็ยังคงตื่นตัวต่อเนื่อง จากการที่ ททท. ผุดโครงการท่องเที่ยวขึ้นมามากมาย และยังมีอีกหลายสถานที่สุดแสนมหัศจรรย์ กำลังรอคุณไปสัมผัส วันนี้ travel.mthai.com ขอพาคุณไปพบกับ 10 ที่เที่ยวเมืองไทย ปี 2015 ควรค่าแก่การไปเยือน


10 ที่เที่ยวเมืองไทย ปี 2015 ควรค่าแก่การไปเยือน


1. ดอยเมี่ยง จ.แม่ฮ่องสอน


ดอยเมี่ยง สวรรค์แห่งใหม่แห่งเมืองปาย จ.แม่ฮ่องสอน เป็นดอยสูงประมาณ 1,600 เมตร ภูมิประเทศเป็นป่าดิบชื้นและภูเขาสลับซับซ้อน อุดมไปด้วยแมกไม้นานาพันธุ์ เช่น ต้นสน ต้นพญาเสือโคร่ง และต้นมะค่า มีจุดชมวิวที่สวยงาม สามารถมองเห็นเมืองปายได้แบบ 360 องศา มีอากาศหนาวเย็นตลอดทั้งปี และเป็นจุดชมพระอาทิตย์ขึ้นที่คุณไม่ควรพลาด

2. แก่งชมดาว จ.อุบลราชธานี

เห็นแว้บแรก หลายท่านคงคิดว่าที่นี่คือสามพันโบกแน่ ๆ แต่ผิดครับ เพราะนี่คือแก่งชมดาว ตั้งอยู่ที่ อ.นาตาล จ.อุบลราชธานี เป็นแก่งหินที่ถูกกัดเซาะโดยน้ำวน จนเกิดเป็นผาหินและแอ่งหลุมรูปทรงแปลกตาซึ่งจะมีน้ำสีเขียวใสปรากฏให้เห็นอยู่ตลอด ไฮไลท์สำคัญอยู่ที่ยามเช้าและช่วงโพล้เพล้ เพราะแสงจะสวยมากๆ  ช่วงเวลาที่แนะนำให้มาเที่ยวคือ ตั้งแต่เดือน มกราคม – มิถุนายน

3. เกาะไม้ท่อน จ.ภูเก็ต

หลังจากถูกปิดไว้นานนับสิบปี เกาะสวรรค์แห่งนี้พร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวแล้ว เกาะเล็กๆ บรรยากาศโรแมนติกเงียบสงบเป็นส่วนตัว จนได้รับฉายาว่า Honeymoon Private Island เหมาะกับคู่รักที่จะมาดื่มน้ำผึ้งพระจันทร์อย่างยิ่ง ด้วยน้ำทะเลสีเขียวใสบริสุทธิ์ และความสมบูรณ์ของธรรมชาติบนเกาะ รวมทั้งโลกใต้ทะเล ที่รอให้คุณมาแหวกว่ายจนชุ่มฉ่ำ รับรองจะต้องติดใจจนไม่อยากกลับบ้านเลยล่ะ !!

4. วัดม่วง จ.อ่างทอง

สักการะ พระพุทธมหานวมินทร์ศากยมุนีศรีวิเศษชัยชาญ พระพุทธรูปองค์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ที่ก่อสร้างเป็นคานคอนกรีตเสริมเหล็กเป็นชั้นๆ แบบโครงสร้างตึกสูง 93 เมตร เที่ยบเท่าตึก 32 ชั้น ก่ออิฐถือปูนฉาบทาสีทอง ตลอดทั้งองค์ ภาพแบบนี้ หาดูที่ไหนไม่มีแน่นอน วัดม่วงตั้งอยู่ที่ ต.หัวสะพาน อ.วิเศษชัยชาญ จ.อ่างทอง

5. น้ำตกถ้ำพระภูวัว จ.บึงกาฬ

น้ำตกถ้ำพระ หรือชื่อเต็มว่า น้ำตกถ้ำพระภูวัว อยู่ระหว่างรอยต่อของอำเภอเซกา กับอำเภอบึงโขงหลง น้ำตกที่นี่มีความสวยงามมาก น้ำที่ไหลมาตามชั้นหินสีเทาสลับน้ำตาล ที่ลดหลั่นกันไปลงมาสู่บริเวณลานกว้าง และมีความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติที่ยังคงอยู่ น้ำตกจะมี 3 ชั้น ซึ่งนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ นิยมที่จะเล่นน้ำ ณ บริเวณชั้นที่ 2 เพราะจะมีลานกว้างแมกไม้ดอกไม้ป่านานาพันธุ์ผลิดอกออกช่ออย่างสวยสดงดงาม

6. ดอยเสมอดาว จ.น่าน

ดอยเสมอดาว นับว่าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวกางเต็นท์พักแรมยอดฮิตอีกแห่งหนึ่ง ในอุทยานแห่งชาติศรีน่าน อำเภอนาน้อย จังหวัดน่าน เนื่องจากเป็นบริเวณจุดชมวิวอีกที่มีพื้นที่เป็นลานกว้างตามสันเขา เหมาะสำหรับการพักผ่อน นอนดูดาวยามอาทิตย์อัสดง และชมทะเลหมอกพร้อมตะวันโด่งในยามเช้า โอ้โห! ปีนี้ต้องไป อย่าพลาดเชียวนะ

7. หมู่เกาะรัง จ.ตราด
 

หมู่เกาะรัง เป็นบริเวณที่มีปะการังก็สวยงามมากที่สุดแห่งหนึ่งในทะเลตราด และขึ้นชื่อว่ามีแนวปะการังน้ำตื้นที่มีชื่อเสียงระดับโลก จนหนังสือเกี่ยวกับการดำน้ำของอเมริกายกให้หมู่เกาะรังติด 1 ใน 5 ของแหล่งดำน้ำโลกมาแล้ว นอกจากนี้ยังมี เกาะยักษ์ใหญ่ ซึ่งยู่ใกล้กับ เกาะยักษ์เล็ก ทั้งสองอยู่ในหมู่เกาะรัง น่าไปดำซะจริงๆ

8. เขาสันหนอกวัว จ.กาญจนบุรี

เขาสันหนอกวัว เป็นยอดเขาที่สูงที่สุดในจังหวัดกาญจนบุรี มีระดับความสูงที่ 1,767 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง ตั้งอยู่ทางเหนือของที่ทำการอุทยานแห่งชาติเขาแหลม อำเภอสังขละบุรี มีความเป็นธรรมชาติค่อนข้างสมบูรณ์ สภาพป่ามีต้นไม้ขึ้นหนาแน่น และยังคงมีสัตว์ป่าอาศัยอยู่ คำว่าสันหนอกวัว มาจากลักษณะของยอดเขาที่นูนออกมา รูปร่างคล้ายกับส่วนที่เป็นสันนูนบนหลังของวัว ที่เรียกว่าโหนก หรือหนอก เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวขาลุยอย่างแท้จริง

9. วัดนิเวศธรรมประวัติราชวรวิหาร จ.พระนครศรีอยุธยา

วัดแบบโบสถ์คริสต์หนึ่งเดียวในประเทศไทย วัดนี้สร้างขึ้นโดยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เพื่อทรงใช้เป็นสถานที่สำหรับบำเพ็ญพระราชกุศล เมื่อเสด็จฯ แปรพระราชฐานมาประทับที่พระราชวังบางปะอิน โดยทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างเลียนแบบโบสถ์ฝรั่งเป็นศิลปะแบบโกธิค (Gothic) ภายในประดิษฐาน “พระพุทธนฤมลธรรโมภาส” เป็นพระประธาน ตั้งอยู่ที่ เกาะกลางแม่น้ำเจ้าพระยา ฝั่งตรงข้ามกับพระราชวังบางปะอิน ตำบลบ้านเลน อำเภอบางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา

10. ลานสกา จ.นครศรีธรรมราช

ลานสกา ดินแดนที่ว่ากันว่า อากาศดีที่สุดในประเทศไทย เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ที่น่าไปสัมผัสอย่างยิ่ง สำหรับจุดที่อากาศดีที่สุดของลานสกา อยู่ ณ บริเวณหมู่บ้านคีรีวง และเป็นเรื่องน่าทึ่งมากๆสำหรับบริเวณนี้ เพราะตามปกติแล้ว เกณฑ์มาตรฐานอากาศที่ดี ต้องมีสิ่งแปลกปลอมไม่เกิน 300 ไมครอนต่ออากาศ 1 ลูกบาศก์เมตร แต่คุณภาพอากาศที่หมู่บ้านคีรีวง ลานสกา พบว่ามีสิ่งแปลกปลอมเพียง 9 ไมครอนต่ออากาศ 1 ลูกบาศก์เมตร ซึ่งมีอากาศที่บริสุทธิ์กว่ามาตรฐานถึง 100 เท่า เลยทีเดียว!!

ขอขอบคุณข้อมูลจากเวปไซด์ mthai.com